Make your own free website on Tripod.com
ผ้าผืน วัตถุประสงค์ของการผลิตผ้าผืนก็คือเพื่อใช้ในประเทศ โดยนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม การผลิตเสื้อผ้า สำเร็จรูปอุตสาหกรรมเคหะสิ่งทอและการผลิตผ้าผืนเพื่อการส่งออก โครงสร้างอุตสาหกรรม
ประเภทของผ้าผืน
สามารถแบ่งตามลักษณะการผลิตได้เป็น 3ประเภทคือ
ผ้าทอ (WOVEN)
ผ้าถัก (KNITTING)
ผ้าที่มิใช่ผ้าทอผ้าถัก (NONWOVENS)
ผ้าทอ (WOVEN)
การผลิต วิธีการโดยทั่วไปในการผลิตผ้าทอ แบ่งเป็น 3ขั้นตอนคือ
การเตรียมเบื้องต้น (PRELIMINARY PROCESSES)คือการเตรียมเส้นยืนและเส้นพุ่ง
การทอผ้า (WEAVING PROCESSES) คือการทอผ้าตากเครื่องทอชนิดต่างๆ
การตรวจสอบ (INSPECTION)คือการตรวจสอบน้ำหนักตำหนิในเนื้อผ้าและซ่อมแซม
โดยปกติผ้าทอทุกชนิดจะประกอบด้วยเส้นด้าย 2 ชุด คือ เส้นยืนและเส้นพุ่งเส้นยืนจะเปิดออกให้ช่องตะกอ (SHED) โดยตับ ตะกอ (HEALD FRAMES) ซึ่งมีการควบคุมให้ขึ้นและลงตามจังหวะของการทำงานของเครื่องทอเส้นพุ่งจะสอดใส่เข้าไป โดยมีกระสวยเป็นตัวพา และกระทบเส้นพุ่ง (BEAT-UP) ให้เข้าไปในเนื้อผ้า ณ ตำแหน่งที่ต้องการนั้น กระทำโดยฟันหว ีซึ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมกับสเลย์ (SLEY)ม้วนเส้นยืนจะตั้งอยู่ด้านหลังของเครื่องทอ โดยเส้นยืนจะร้อยผ่านอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ เช่น DROP WIRE หรือ LEASE RODS ไปยังด้านหน้าของเครื่องทอ และม้วนเข้ากับม้วนผ้า ม้วนเส้นยืนจะต่อกับกลไก การปล่อยเส้นยืน (LET 0FF MOTION) ซึ่งจะหมุนม้วนเส้นยืนและปล่อยเส้นยืนด้วยอัตราที่สอดคล้อง กับอัตราของผ้า ที่กำลังทอชนิดของผ้าทอ สามารถแยกออกเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้ 3ชนิดตามลักษณะโครงสร้างพื้นฐานได้แก่
ผ้าทอลายขัด (PLAIN WEAVE) : เป็นโครงสร้างผ้าที่ง่ายที่สุด เกิดจากการขัดสานระหว่างเส้นด้ายยืนชุดหนึ่งและเส้นด้าย พุ่งชุดหนึ่ง ตามแบบโครงสร้างที่กำหนดไว้ คือ 1 : 1 ซึ่งทำให้เกิดมุมที่เส้นยืน และเส้นพุ่งตัดกันทำมุม 90 องศา ผ้าทอลายนี้แข็งแรงที่สุด เพราะด้ายสานกัน อย่างหนาแน่นด้ายยืนและด้ายพุ่งจะทอขึ้นลงสลับกันโดยตลอดเป็นผ้าที่มีราคาไม่แพงนัก เมื่อเทียบกับผ้าลายอื่นที่ใช้เส้นด้ายชนิดเดียวกัน ผ้าทอลายขัดมีหลายชนิด ตั้งแต่เนื้อผ้าบางโปร่ง จนกระทั่งเนื้อหนาแน่น และยัง ดัดแปลงวิธีทอให้แตกต่างออกไปอีกแต่ยังคงรักษาขบวนการขัดเส้นด้ายแบบทอลายขัดไว้
ผ้าทอลายสอง (TWILL WEAVE) : เป็นลายผ้าที่ใช้กันแพร่หลายสำหรับผ้าทอเป็นโครงสร้างผ้าที่มีความแข็งแรงรองจาก ผ้าลายขัด ทอโดยให้ด้ายพุ่งลอดหรือข้ามด้ายยืน เหลื่อมกันขึ้นไปทางซ้ายหรือขวา ทำให้เกิดเป็นลายทแยงซ้ายหรือขวาก็ได้ มุมทแยงจะเฉียงมาก หรือน้อยขึ้นกับความขัดกันของเส้นยืน เส้นด้ายที่ใช้ในการทอจะมีเกลียวแน่น และมีความแข็งแรงคงทน ผ้าทอลายสองยังแบ่งออกเป็นลายสอง แบบสมดุลหรือลายสองแบบสองหน้าและลายสองแบบไม่สมดุลผ้าต่วนหรือผ้าลายซาติน (SATIN WEAVE) : ผ้าต่วนมีลักษณะคล้ายผ้าลายสอง แต่ลายทางยาวกว่า เพราะต้องมีเส้นข้ามตั้งแต่ 4 เส้นขึ้นไป วิธีขัดก็ไม่เหมือนกัน เส้นที่ลอดกระจัดกระจาย เส้นที่ลอยยิ่งยาวยิ่งมันมากเป็นผ้าที่มีความแข็งแรงที่สุด เมื่อทอแล้วผ้าจะมี ลักษณะเรียบและเป็นมัน เห็นด้ายยืน (WARP FLUSH) หรือด้ายพุ่ง (FILLING FLUSH) เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ลายต่วนนี้จุดที่ด้ายยืนหรือด้ายพุ่งขัดกัน จะไม่อยู่ติดกันเลย ผ้าต่วนมี 2 ชนิด คือผ้าต่วนด้ายยืน (SATIN)และผ้าต่วนด้ายพุ่ง (SATEEN)

ผ้าถัก (KNITTING)
การถัก (KNITTING)คือการนำเอาเส้นด้ายมาพันรอบชิ้นส่วนถักเพื่อให้เกิดเป็นห่วงขึ้น
การผลิตการถักผ้ามี 2วิธีคือ

การถักผ้าแนวนอน (WEFT KNITTING) คือ วิธีการผลิตผ้าโดยการถักแบบหนึ่งซึ่งห่วงจะเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับ ความกว้างของผ้าจากเส้นด้ายเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้และมีลักษณะเฉพาะตรงที่เส้นด้ายแต่ละเส้นที่ป้อนเข้าไปจะทำมุมมากกว่า หรือน้อยกว่ามุมฉากกับทิศที่เกิดเป็นผืนผ้า

การถักผ้าแนวดิ่ง (WARP KNITTING) คือวิธีการผลิตผ้าโดยการถักแบบหนึ่งซึ่งห่วงจะเกิดขึ้นใน ทิศทางเดียวกับความยาวของผ้าจากเส้นด้ายชุดเดียว หรือหลายชุดก็ได ้และมีลักษณะเฉพาะตรงที่เส้นด้ายแต่ละชุดที่ป้อนเข้าไป เกือบจะเป็นเส้นเดียวกันกับทิศทางที่เกิดเป็นผ้า องค์ประกอบทั่วไปในการถักผ้า คือ การใช้อุปกรณ์สำหรับทำให้เส้นด้าย เป็นห่วงคล้องกับอุปกรณ์สำหรับทำให้เส้นด้ายเป็นห่วงคล้องกับอุปกรณ์นั้น ก็คือเข็ม ซึ่งที่ใช้กันในปัจจุบันมี 3 ชนิด คือ เข็มแล็ช (LATCH NEEDLE) เข็มสปริง (BEARD NEEDLE)และเข็มคอมเพาวด์ (COMPOUND NEEDLE)

ชนิดของผ้าถัก
ผ้าถักแนวนอน : เป็นผ้าที่ถักจากเครื่องถักแนวนอน มีเครื่องแท่นเข็มตรง และเครื่องแท่นเข็มกลมซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่ 3ชนิด
-ผ้าเพลน (PLAIN KNITTED FABRIC) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ผ้าเจอร์ซี่ เป็นผ้าถักที่มีโครงสร้างแบบธรรมดาที่สุดสำหรับการถักแนวนอนสามารถถักด้วยมือและเครื่อง
-ผ้าริบ (RIB FABRIC) เป็นผ้าถักที่มีการคล้องห่วงแบบห่วงด้านหน้า และห่วงด้านหลัง ของผ้าเพลนสลับกัน ทางด้านที่เป็นแถวของห่วงตามความยาวผ้าถักด้วยเครื่องที่มีเข็ม 2ชุด
-ผ้าเพิร์ล (PURL FABRIC) เป็นแบบที่รวมเอาระบบการผลิตผ้าถักทั้งแบบซิงเกิลนิต และดับเบิ้ลนิตเข้าด้วยกัน โดยใช้เข็มแล็ช 2หัวเป็นผ้าถักที่มีการคล้องห่วงด้านหน้าและด้านหลังของแถวห่วงตามความกว้างของผ้า
ผ้าถักแนวดิ่ง : เป็นผ้าที่ถักจากเครื่องทริคอตและเครื่องราเชล เป็นเครื่องชนิดแท่นเข็มตรงมีทั้งแท่นเข็มเดี่ยวและแท่นเข็มคู่ การสร้างห่วงของผ้าชนิดนี้จะมีทิศทางเดียวกับความยาวของผ้าชนิดนี้จะมีทิศทางเดียวกับความยาวของผ้า ซึ่งห่วงที่ใช้ถักมีอยู่ 2 แบบ คือ ห่วงปิด (CLOSE LOOP) และห่วงเปิด (OPEN LOOP) โดยการเปลี่ยนแปลงความยาวของช่วงต่อห่วงให้แตกต่างกันไป ใช้เส้นด้ายอย่างน้อย 2 ชุดจึงจะได้ผ้าที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงเหมาะต่อการนำไปใช้
-ผ้าที่ถักจากเครื่องทริคอต ได้แก่ ผ้าฟูลทริคอต (FULL TRICOT) ผ้าล็อกนิต (LOCKNIT) ผ้ารีเวิสล็อกนิต (REVERSE LOCKNIT) ผ้าเรสด์ลูป (RAISED LOOP) ผ้าซาติน (SATIN) ผ้าชากสกิน (SHARK SKIN) ผ้าควีนส์คอร์ด (QUEENSCORD) เป็นต้น ลักษณะของผ้าทริคอตเป็นผ้าเนื้อละเอียดน้ำหนักเบา
-ผ้าที่ถักจากเครื่องราเชล ได้แก่ ผ้าตาข่ายราเชลหกเหลี่ยม (RASCHEL-HEXAGONAL) เพาเวอร์เน็ต (POWER NET) เป็นต้น ลักษณะของผ้าราเชลนี้ใช้โครงสร้างแบบเดียวกับผ้าทริคอต แต่มีการใส่เส้นด้ายโดยไม่ถักห่วง (LAYING-IN) มาใช้เป็นส่วนใหญ่ จึงสามารถใช้เส้นด้ายขนาดใหญ่และผ้าที่ได้มีน้ำหนักเบา เพราะไม่มีการถักห่วง อัตราการป้อนเส้นด้ายเข้าไปจึงน้อยกว่า และผลิตเพื่อใช้เป็นเสื้อผ้าสวมใส่ภายในและภายนอก ผ้าม่าน ชุดว่ายน้ำ ผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์และเสื้อผ้าเด็กเป็นต้น
เส้นด้ายที่ใช้ในการถักผ้า
เดิมมีการใช้เส้นด้ายขนสัตว์ ฝ้าย ไหม และเรยอนใยยาวในการถักผ้าปัจจุบันผู้ผลิตนิยมใช้เส้นด้ายยืดหยุ่น (TEXTURED YARN) เช่น เส้นด้ายไนลอน และโพลีเอสเตอร์ เป็นต้น ทำให้เพิ่มการยืดและคืนตัวได้มากขึ้นเส้นด้ายที่นิยมใช้ได้แก่

เส้นด้ายปั่น (SPUN YARN) เป็นเส้นด้ายที่ผลิตมาจากเส้นใยสั้นจากธรรมชาติ หรือเส้นใยสังเคราะห์ที่ตัดให้สั้น ๆ หรือผสมกันระหว่างเส้นใย ธรรมชาติกับเส้นใยสังเคราะห์ มีลักษณะเฉพาะคือ ผิวของเส้นด้ายจะมีปลายของเส้นใยลอยตัวออกมาทำให้อ่อนนุ่มต่อการสัมผัส ได้แก่ ด้ายฝ้าย ด้ายขนสัตว์ ด้ายอะคริลิกและเส้นด้ายผสมเป็นต้น
เส้นด้ายใยยาว (FLAMENT YARN) เป็นเส้นด้ายที่ผลิตขึ้นมาจากการสังเคราะห์ทางเคมีให้มีเส้นใยยาวต่อเนื่องกัน มีลักษณะเฉพาะคือเป็นเส้นด้ายที่มีผิวเรียบ และสม่ำเสมอกันตลอดเส้น ได้แก่ เส้นด้ายไนลอน โพลีเอสเตอร์ เรยอนอาซิเตดเป็นต้น
เส้นด้ายยืดหยุ่น (TEXTURED YARN) เป็นเส้นด้ายที่มีการพัฒนาจากเส้นใยยาว โดยผ่านความร้อนและแกนแท่งแก้วในสปินเดิล (SPINDLE) ด้วยความเร็วที่สูงมากทำให้เส้นด้ายเพิ่มความฟู (BULK)และความยืดหยุ่น (ELASTICITY)

ผ้าที่มิใช่ผ้าทอผ้าถัก (NONWOVENS)
การผลิต เป็นการผลิตผ้า โดยการนำวัสดุสิ่งทอ ได้แก่ เส้นใยสั้น เส้นใยยาวและเส้นด้ายหรือการผส
ผสมกันระหว่างวัสดุสิ่งทอ มาทำให้ติดกัน หรือยึดเหนี่ยวกันเป็นผืนผ้า โดยกระบวนการทางเคมีและทางเชิงกลซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตดังนี้

- WET PROCESS มีขบวนการผลิตเช่นเดียวกับการผลิตกระดาษ โดยการนำเส้นใยใส่ลงไปในน้ำ แล้วทำให้เป็นแผ่นโดยการแยกน้ำออก แล้วทำให้แห้งหลังจากนั้นจึงนำแผ่นใยนี้ไปผ่านกระบวนการทางเคมีส่วนการเลือกใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และการนำไปใช้ในงานทอผ้า-- DRY PROCESS เป็นกระบวนการผลิตจากแผ่นใยประเภทใยสั้นจากเครื่องสางใยปัจจุบัน มีการพัฒนาการทำแผ่นใยได้ตามต้องการ ทั้งขนาดความโด ความยาวและชนิดเส้นใยเป็นต้น

การเลือกเส้นใยในการผลิตผ้าผืน
ความสำคัญของการเลือกเส้นใยที่จะใช้ในการผลิตผ้าผืนก็คือคุณภาพของผ้า และลักษณะของผ้าที่จะนำไปใช้ในการผลิตสิ่งทอประเภทอื่น ๆ ซึ่งคุณสมบัติที่จะคำนึงถึงก็ได้แก่ การสัมผัส ความยับ และเม็ดบนผืนผ้า เป็นต้น โดยสามารถกำหนดได้จากเบอร์ของด้ายที่จะปั่น และคุณสมบัติ ของเส้นใยต่าง ๆ ที่จะนำมาผสมกันซึ่งการผสมเส้นใยนั้นสามารถผสมเพื่อให้เกิดลักษณะของเส้นด้ายที่จะนำมาใช้ในการผลิตผ้าต่างๆ

ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจ
บริษัทบริการข้อมูลผู้จัดการจำกัด